วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2555


กำนดการสอบกลางภาคเรียนที่1/2555 ระดับมัธยมศึกษา

 เพื่อให้การสอบกลางภาคเรียนที่   1   ประจำปีการศึกษา 2555  ระหว่างวันที่ 23-27 กรกฎาคม พ.ศ.2555     ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ
และเกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียน  ทางแผนกวิชาการระดับมัธยมศึกษา จึงขอแจ้งกำหนดการสอบ  รายละะเอียดตามไฟล์ที่แนบมา
 
  • รายละเอียดเพิ่มเติม

  • • บุคลากรที่เกี่ยวข้อง
    เลขประจำตัวบุคลากรคือ 2544004 
หัวหน้าแผนกวิชาการมัธยม     ฝ่ายวิชาการ 
หัวหน้าแผนกวิชาการมัธยม      Array 
ครูกลุ่มสาระฯ ภาษาต่างประเทศ   Array
     ณัฐกมล    บุญศักดิ์
    เลขประจำตัวบุคลากรคือ 2538006 
หัวหน้างานวัดและประเมินผล มัธยมศึกษาตอนต้น    ฝ่ายวิชาการ 
หัวหน้างานวัดและประเมินผล มัธยมศึกษาตอนต้น    Array 
ครูกลุ่มสาระฯ ภาษาไทย   Array
     พิทักษ์    จันทรบุตร
    เลขประจำตัวบุคลากรคือ 2547035 
หัวหน้างานวัดและประเมินผล มัธยมศึกษาตอนปลาย   ฝ่ายวิชาการ 
หัวหน้างานวัดและประเมินผล มัธยมศึกษาตอนปลาย   Array 
ครูกลุ่มสาระฯ คณิตศาสตร์    Array
     มัลลิกา    ทิพย์สาคร

    http://swis-acn.acn.ac.th/html_edu/cgi-bin/acn/main_php/print_news.php?id_news=5388

    กำหนดเนื้อหาการสอบ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6)
    เพื่อให้การเรียนการการสอนได้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทางงานวัดและประเมินผลฯ
    สำหรับนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จึงได้ขอแจ้งเกี่ยวกับเนื้อหาการสอบของนักเรียนในระดับดังกล่าว ดังรายละเอียดที่แนบมานี้

      กำหนดเนื้อหาการสอบกลางภาคเรียนที่ 1-2555 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

     กำหนดเนื้อหาการสอบกลางภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1-3)


        เนื้อหาการสอบกลางภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 ระดับประถมศึกษาตอนต้น(ป.1-3)

     ฝ่ายวิชาการโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา  แผนกวิชาการระดับประถมศึกษา  ได้กำหนดการสอบกลางภาคเรียนที่  1 ปีการศึกษา  2555  ในวันที่   26-27  กรกฎาคม  พ.ศ. 2555  ทางงานวัดผลระดับประถมศึกษาตอนต้น  ได้จัดทำเนื้อหาการสอบในแต่ละรายวิชาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  เพื่อให้นักเรียนได้เตรียมความพร้อมในการสอบครั้งนี้เป็นอย่างดี
    http://swis-acn.acn.ac.th/html_edu/cgi-bin/acn/main_php/print_news.php?id_news=5370

       กำหนดเนื้อหาการสอบ กลางภาคเรียนที่ 1 ระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 /2555

     ทางแผนกวิชาการ งานวัดผลประเมินผล ระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 ได้จัดการดำเนินการทดสอบกลางภาคเรียนที่  1 / 2555 ในวันพฤหัสบดีและศุกร์ ที่ 26-27 กรกฎาคม 2555   และประกาศผลสอบในวันที่  17 สิงหาคม 2555 ให้นักเรียนดูเนื้อหาการสอบได้ในรายละเอียดเพิ่มเติม
                                 ม.นพปฎล   เปียเมือง   หัวหน้างานวัดผลประเมินผลประถมศึกษาตอนปลาย
    http://swis-acn.acn.ac.th/html_edu/cgi-bin/acn/main_php/print_news.php?id_news=5367

    วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555


    ประวัติโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา



              โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา เป็น 1 ใน 14 สถาบันของมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ     ได้กำเนิดและดำเนินการสอนสืบเนื่องมา โดยนักบุญหลุยส์   มารี   กรีญอง  เดอ  มงฟอร์ต     ได้สถาปนาขึ้นในปี  ค.ศ.1705   (พ.ศ.2248)   ณ ประเทศฝรั่งเศส  มีจุดมุ่งหมายแรกเริ่มที่จะสอนให้เยาวชนอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น และมีหลักศาสนาเป็นแนวทางให้ประพฤติตนเป็นคนดี เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นก่อนประถมศึกษา ถึง มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนมุ่งมั่นพัฒนาเยาวชนไทยให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของนักบุญหลุยส์ มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ต 
              ในปี พ.ศ.2509  คณะภราดาเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ได้รับเชิญจากมุขนายก อาแลง วังกาแวร์ แห่งสังฆมณฑลจังหวัดนครราชสีมา ให้มาเปิดโรงเรียนสายสามัญขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา โดยยกที่ดินให้ดำเนินการ 51 ไร่  26.5  ตารางวา  ณ บ้านเลขที่ 3  ถนนเซนต์เมรี่ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา ได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการให้เปิดการสอนได้เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2510 ในสมัยภราดาอำนวย  ปิ่นรัตน์  ดำรงตำแหน่งอธิการเจ้าคณะแขวงประเทศไทย ซึ่งท่านได้แต่งตั้งให้ ภราดาซีเมออน เปอร์ติโต เป็นอธิการคนแรกในปีดังกล่าว โรงเรียนเริ่มเปิดสอน 8 ห้องเรียน มีครู 13 คน และนักเรียน 330 คน  
              ปีการศึกษา 2512  โรงเรียนได้ขยายชั้นเรียนมาเป็น 21 ห้องเรียน มีครู 25 คน และนักเรียน 684 คน  ได้มีการก่อสร้างโรงอาหารเสร็จสมบูรณ์และเริ่มก่อสร้างอาคารเรียนหลังที่ 2
              ปีการศึกษา 2515  ได้ขยายชั้นเรียนเป็น  28 ห้องเรียน มีครู 40 คน และนักเรียน 1,092 คน  ได้สร้างอาคารเรียนหลังที่ 2 (อาคารคาเบรียล)  จนเสร็จสมบูรณ์
              ปีการศึกษา 2519  ได้มีการขยายการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  โรงเรียนได้ขยายห้องเรียนเป็น 42 ห้องเรียน มีครู  55  คน และนักเรียน  1,537  คน
              ปีการศึกษา 2525  ได้รับรองวิทยฐานะ ได้ขยายนักเรียนครบทุกระดับชั้นตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 
              ปีการศึกษา  2526  เริ่มรับสมัครนักเรียนหญิงในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย   มีนักเรียนประมาณ 2,000 คน ครู 94 คน และห้องเรียน 47 ห้อง  และได้มีการก่อสร้างอาคารสัพพัญญูเพื่อให้มีห้องเสริมหลักสูตร  และห้องกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อจะได้จัดการศึกษาให้สอดคล้องกับหลักสูตรใหม่ในสมัยนั้น งบประมาณของอาคารสัพพัญญูนั้น  ได้รับความอนุเคราะห์จากคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย นักเรียนและผู้ปกครอง ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป
              ปีการศึกษา  2530  ได้มีการขยายระดับการศึกษาในระดับปฐมวัย  ซึ่งทำให้การจัดการศึกษาโรงเรียนครบวงจรมากยิ่งขึ้น  โรงเรียนเปิดรับสมัครนักเรียนหญิงและชายทุกระดับชั้นเป็นโรงเรียนสหศึกษาสมบูรณ์แบบ และครบสายสามัญศึกษา
              ปีการศึกษา 2534  คณะเซนต์คาเบรียลฯ ได้สนับสนุนเงิน 15 ล้านบาท เพื่อการก่อสร้างอาคารเรียนสำหรับนักเรียนระดับปฐมวัย (อาคารหิรัญสมโภช)  ทั้งนี้เพื่อเด็กปฐมวัยจะได้มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตในทุกด้าน ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
              ปีการศึกษา 2537  ได้มีการพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องการเรียนการสอน และจัดอบรมสัมมนาคณะครูอย่างต่อเนื่อง ปรับปรุงอาคารบ้านพักคนงาน  ติดตั้งแอร์ห้องคอมพิวเตอร์ ระดับชั้น ปวช. ปรับปรุงห้องอธิการ ห้องธุรการ และ Stationary
              ปีการศึกษา 2538-2539  ได้มีการพัฒนาด้านอาคารสถานที่ เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านการให้บริการและสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นน่าอยู่ให้กับผู้เรียน  โดยเน้นความสะอาด มีระเบียบ ส่วนห้องปฏิบัติการของบุคลากรได้มีการปรับปรุงให้มีสภาพที่เหมาะสมต่อการทำงาน และรับรองกับผู้ที่มาติดต่อ  อีกทั้งพัฒนาด้านการเรียนการสอน  โดยเฉพาะทางด้านภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ กีฬาและดนตรี ทางด้านภาษาอังกฤษได้จ้างครูต่างประเทศมาสอนตั้งแต่ชั้นประถม มัธยม และ ปวช. มีการสร้างห้อง English Corner  มีการอบรมครูภาษาอังกฤษในด้านวิธีการสอนภาษาอังกฤษ  ด้านคอมพิวเตอร์มีการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ 100 เครื่อง  เพื่อใช้แทนเครื่องเก่า  โดยใช้โปรแกรมบน Windows  ในการเรียนการสอนทั้งหมด  และเปิดเรียนวิชาดนตรีสากล โดยใช้เครื่องดนตรี Key Board  ในการเรียนตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6  ดนตรีไทยระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
              ปีการศึกษา 2540-2541  ได้มีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีทั้งในด้านการเรียนการสอน ด้านพัฒนาบุคลากร รวมทั้งพัฒนาด้านอาคารสถานที่ โดยดำเนินการติดตั้งระบบ LAN  ห้องคอมพิวเตอร์ 2 ห้อง   พัฒนาระบบฐานข้อมูลภายในโรงเรียนเป็นระบบ LAN  ดำเนินการพัฒนาระบบการเรียนการสอน Internet  เปิดศูนย์ Internet  บริการบุคลากร  ผู้เรียน และชุมชน  ก่อสร้างโรงพลศึกษาอเนกประสงค์  ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กภายในโรงเรียนโดยรอบ 
              ปีการศึกษา 2542  ได้มีการปรับปรุงพัฒนาโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง  เพื่อนำไปสู่การมีคุณภาพมาตรฐานโดยการต่อเติมหลังคาชั้น 5 อาคารสัพพัญญู  ติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดทุกห้องเรียน สร้างห้องสมุดครู เพื่อเป็นที่ค้นคว้าหาความรู้และทำงานวิจัย  ปรับปรุงห้องประชุมชั้น 4 อาคารสัพพัญญู เปลี่ยนกระดานดำในทุกห้องเรียนเป็นกระดานไวท์บอร์ด นำแฟ้มสะสมงาน (Portfolio)  มาใช้กับผู้เรียนและครู  และโรงเรียนได้ดำเนินการจัดขอรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาโรงเรียนเอกชน และได้รับการประกาศ ณ วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2543 ว่าโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา  ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานการศึกษา ระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา  ตั้งแต่ปีการศึกษา 2542 ถึงปีการศึกษา  2546 
              ปีการศึกษา 2543  โรงเรียนได้รับงบประมาณจากคณะเซนต์คาเบรียลฯ  จำนวน  4,500,000 บาท ในการก่อสร้างอาคารต่อเติมอาคารหิรัญสมโภชเป็นอาคาร 2 ชั้น จำนวน 10 ห้องเรียน     และสระว่ายน้ำขนาด 12 x 25 เมตร ซึ่งอาคารสระว่ายน้ำนี้ประกอบด้วยห้องอาหาร  ห้องออกกำลังกาย  มินิมาร์ท  ห้องอินเทอร์เน็ต ห้องอบไอน้ำ และอื่น ๆ ซึ่งใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ   8,500,000 บาท   ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากคณะเซนต์คาเบรียลฯ  จำนวน  2,000,000 บาท และการช่วยเหลือจากสมาคมศิษย์เก่าฯ สมาคมผู้ปกครองและครูฯ   คณะครู  นักเรียน ตอดจนผู้มีจิตศรัทธา  ตลอดปีการศึกษานี้โรงเรียนมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากร เพื่อเตรียมบุคลากร  มีบุคลากรวิชาชีพ  มุ่งเน้นให้บุคลากรครูได้ทำสื่อการเรียนการสอน ทำการวิจัย วิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล พัฒนาบุคลากรให้รู้จักใช้เทคโนโลยีและสร้างผลงานด้านการเรียนการสอนอย่างเป็นรูปธรรม 
              ปีการศึกษา 2544-2546  ได้มีการพัฒนาและปรับปรุงโรงเรียนในทุก ๆ ด้าน อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะให้บุคลากรได้พัฒนาตนเองให้เต็มศักยภาพ ในด้านการเรียนการสอนได้จัดเตรียมหลักสูตรสถานศึกษา และให้ผู้เรียนทุกระดับได้จัดทำโครงงานของตนเองเน้นการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ-ภาษาจีน)  พร้อมทั้งส่งเสริมผู้เรียนทางด้านศิลปะ ดนตรีและกีฬา ทางด้านเทคโนโลยีทางการศึกษา ในปีการศึกษา 2545  โรงเรียนได้เปิดสอนหลักสูตร  Bilingual  Program  ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3   ได้จัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์    จำนวน   50   เครื่อง สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา และ 50  เครื่อง สำหรับห้องอินเทอร์เน็ต  อีกทั้งได้ปรับเปลี่ยนสัญญาณเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จาก 128 Kbs เป็น 256 Kbs  เพิ่ม Server  จำนวน 2 ตัว และจัดซื้อเครื่องทำบัตรประจำตัวนักเรียนเพื่อใช้ควบคู่กับโปรแกรมบริหารโรงเรียน วางระบบทางด้านข้อมูลสารสนเทศในการสนับสนุนการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  ในส่วนอาคารสถานที่ได้มีการพัฒนาปรับปรุง  ดังนี้  ปรับปรุงเวทียิมเนเซียม  ปรับปรุงศาลาเรียนดนตรีไทย  ทาสีรั้วโรงเรียนใหม่จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์โครงเหล็กหน้าโรงเรียน  ปรับปรุงตู้แสดงผลงานของโรงเรียน  ครูและผู้เรียน  จัดสวนหย่อมและปูตัวหนอนบริเวณสวนแม่พระ  สร้างบ้านพักครู 2  ชั้น  จำนวน 12 ห้อง  ปรับปรุงอาคาร จำนวน  1  หลัง   3 ห้อง เป็นห้องเก็บผลงานผู้เรียนและครู     ห้องดนตรีไทยและดนตรีสากล     ปรับปรุง Walk Way รอบบริเวณโรงเรียน  ขยายห้อง Bakery  ปรับปรุงสนามเด็กเล่นระดับปฐมวัย  ก่อสร้างอาคารเรียน Bilingul  Program  2   (อาคารอาแลง วังกาแวร์)    ปรับปรุงห้องธุรการ-การเงิน   ห้องอธิการ   และห้องสำนักผู้อำนวยการ  สร้างที่จอดรถสำหรับครู  ปรับปรุงสนามเทนนิส
              ปีการศึกษา  2547  จัดการศึกษาโดยเน้นการเสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนในทุกด้าน  ด้วยวิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพ  สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพสังคม การเมือง และเศรษฐกิจในบรรยากาศที่เอื้อต่อการจัดการศึกษา ด้านการบริหารเน้นให้บุคลากรมีส่วนร่วมและปฏิบัติหน้าที่ที่สอดคล้องกับจริยธรรม ส่งเสริมให้ผู้เรียนรับผิดชอบต่อตนเองและทำประโยชน์เพื่อสังคม รู้จักแสวงหาพัฒนาความรู้ด้วยตนเอง  ทางด้านการพัฒนาอาคารสถานที่ได้เน้นการสร้างบรรยากาศภายในโรงเรียน ปรับปรุงสวนหย่อมภายในโรงเรียนบริเวณสวนแม่พระ  สวนแม่พระประทานพรข้างสระว่ายน้ำอัสสัมชัญ  ด้านอาคารเรียนได้ทาสีอาคารเรียนทุกอาคารและติดหินกาบผนังอาคารคาเบรียล  อาคารมงฟอร์ต  ปรับพื้นที่บริเวณหน้าอาคารหอพักเซนต์แอนนาและหน้าอาคารสระว่ายน้ำ  ปรับปรุงสถานที่จอดรถให้มีความเป็นระเบียบที่เอื้อต่อการจราจรภายในให้เกิดความคล่องตัว ติดตั้งเครื่องปรับอากาศและพัดลมภายในห้องเรียนของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและ ได้เปลี่ยนประตูหน้าต่างอาคารคาเบรียล  อาคารอัสสัมชัญ  เป็นประตูหน้าต่างอลูมิเนียม   และบริเวณอนุสาวรีย์นักบุญหลุย์ มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ต  ได้ปูกระเบื้องและปรับสภาพให้ควรแก่การเคารพสักการะ
              ปีการศึกษา 2548   โรงเรียนได้เปิดสอนหลักสูตร  English  Program  ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและผู้เรียน  ติดตั้งคอมพิวเตอร์ให้ผู้เรียนได้ใช้เป็นเครื่องมือในการค้นคว้าหาความรู้จากอินเทอร์เน็ต และอินเทอร์เน็ตคาเฟ่  จำนวน  3  จุด  มีคอมพิวเตอร์ให้บริการ  จำนวน  12  เครื่อง  บริเวณ  ศาลารุ่น 5 (6 เครื่อง)  สระว่ายน้ำ  (3 เครื่อง)  และหอพักเซนต์แอนนา  (3 เครื่อง)  เพิ่มสัญญาณอินเทอร์เน็ตจาก 256  Kbs  เป็น  512  Kbs  ปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์โดยทำการปูพรม ติดฝ้าเพดานและ Wallpaper  จำนวน 5 ห้อง จัดซื้อคอมพิวเตอร์ Pentium  4   จำนวน  50 เครื่อง  สำหรับห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ผู้เรียน  ลงระบบโปรแกรมบริหารโรงเรียน งานธุรการ-การเงิน  งานทะเบียนนักเรียน  และงานบันทึกเวลาเข้า-ออกโรงเรียน  ติดตั้งระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในทุก  ห้องปฏิบัติการของบุคลากร  ซื้อคอมพิวเตอร์เครือข่ายจำนวน 1 ชุด  และคอมพิวเตอร์ให้ห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ของบุคลากร  เพื่อใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลและพัฒนาทางด้านระบบการสั่งงานทางอินเทอร์เน็ต จำนวน  30  เครื่อง  พร้อมเครื่องพิมพ์  LaserJet 1010/1020  จำนวน  50  เครื่อง
             ปีการศึกษา  2548-2549  ด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร  ได้ส่งบุคลากรเข้าร่วมอบรมสัมมนา ศึกษาดูงานภายในและภายนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง  โดยภายในประเทศได้ส่งบุคลากรศึกษาดูงานในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารจัดการ  ด้านการเรียนการสอน  ด้านเทคโนโลยี  ด้านอาคารสถานที่  เป็นต้น  การพัฒนาศักยภาพทางด้านภาษาอังกฤษแก่บุคลากร  ได้ส่งบุคลากรไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอินเดีย  ในแต่ละรุ่นระยะเวลา  3  เดือน  รุ่นละประมาณ 6-7 คน   ศึกษาต่อ ณ ประเทศแคนาดา  รุ่นละ  1  คนๆ ละ  5  เดือน  และส่งบุคลากรผู้ร่วมบริหารไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศสิงคโปร์
              ปีการศึกษา  2550   พัฒนาระบบการลงเวลาทำงานครูเป็นระบบ Finger  Scan  ดำเนินการบูรณะอนุสาวรีย์นักบุญหลุยส์มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ต     มีการพัฒนาสถานที่แผนกปฐมวัย  โดยปรับพื้นที่เข้าแถว  ก่อสร้างลานหินขัด     ปูกระเบื้องเวทีและผนังที่ตั้งเสาธง    จัดซื้อของเด็กเล่นระดับปฐมวัย    จัดทำหลังคาบริเวณสระว่ายน้ำและของเด็กเล่น  จัดทำตู้โชว์ถ้วยรางวัลหน้ามินิมาร์ท   ปรับภูมิทัศน์ภายในโรงเรียนใหม่  ดังนี้  ก่อสร้างเสาธง  จัดทำรางระบายน้ำ   ผิวลานกีฬาและลานสนาม  ปรับปรุงสวนหย่อมภายในบริเวณลานเอนกประสงค์   ติดตั้งระบบโทรศัพท์ภายในโรงเรียนใหม่   ปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในโรงเรียน   ร่วมกับสมาคมผู้ปกครองและครูฯ  ในการจัดตั้งวิทยุชุมชนเพื่อการศึกษาภายในโรงเรียน   การดูงานต่างประเทศได้ส่งบุคลากรผู้ร่วมบริหาร 2  คน ไปศึกษาดูงาน ณ  ประเทศฝรั่งเศส   และได้ส่งบุคลากรศึกษาด้านภาษาอังกฤษ  ณ  ประเทศแคนาดา  ระยะเวลา  5  เดือน  จำนวน  3  คน  ปรับพื้นหน้าห้องธุรการ-การเงิน  ปรับปรุงพื้นสนามยิมเนเซียม     ทาสี Walk Way ใหม่   ปรับปรุงราวบันไดอาคารอัสสัมชัญ  ปรับปรุงห้องน้ำสำหรับนักเรียน   ซ่อมแซมทาสีโต๊ะนั่งเล่นใหม่   บริษัท TT&Tได้ขยายโครงข่ายอินเตอร์เน็ต
    โดยได้เดินระบบสาย Fiber OpticและADSL Backup LINK By TT&T
    เพื่อรองรับการขยายสัญญาณอินเตอร์เน็ต จาก 2 Mbps เป็น 5 Mbps     มอบโทรทัศน์ อุปกรณ์การกีฬา และของเล่นให้กับนักเรียน จากคณะพระกุมารเยซู ศูนย์แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ เพื่อช่วยเหลือนักเรียนยากจน และค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนประจำปีการศึกษา 2551
    ปีการศึกษา 2551 ร่วมมือกับ บริษัท TT&T Subscriber Service จำกัด (MAX Net) ในการเพิ่มขยายสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง Corporate Leased Line 5 Mbps (5120 kbps)และได้เซ็นสัญญาดำเนินการติดตั้งระบบเครือข่ายเป็นที่เรียบร้อย เมื่อเช้าวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2551
              ปัจจุบันมี ภราดาวีรยุทธ บุญพราหมณ์  เป็นผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ   ภราดาวิหาร  ศรีหาพล  ดำรงตำแหน่ง  รองผู้อำนวยการ  ภราดาอนุชา การุณภรต์    ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษางานอภิบาล/ศาสนสัมพันธ์ ภราดาชานุวัฒน์ บุรพันธ์  ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาแผนกปฐมวัย มีครูไทย 172  คน  ครูต่างชาติ 29 คน  พนักงาน(นักการ-ภารโรง) 97 คน และนักเรียน 3,149 คน  เป็นนักเรียนประจำ 252  คน นักกีฬาช้างเผือก 25 คน มีอาคารเรียน 6 หลัง อาคารประกอบ  6 หลัง  อาคารพักอาศัย  2  หลัง  อาคารที่พักนักเรียนประจำ  2  หลัง   มีห้องเรียน  81  ห้อง  ห้องปฏิบัติการ  22 ห้อง


    จุดเริ่มต้นของอัสสัมชัญนครราชสีมา

    free templates
               ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2500 เกิดโรคระบาด "ไข้หวัดใหญ่ในเอเชีย" กระทรวงศึกษาธิการสั่งให้ปิดโรงเรียนทั่วประเทศ โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชาที่ผมประจำการอยู่มีนักเรียนหอพักมากกว่าครึ่งหนึ่ง ได้ติดเชื้อไวรัสและ ล้มป่วย พวกเราโล่งใจที่ได้ส่งนักเรียนกลับบ้าน ซึ่งนับเป็นวันหยุดที่ไม่มีกำหนด บราเดอร์มงฟอร์ตอธิการโรงเรียนในขณะนั้น แนะนำพวกเราให้ไปพักผ่อนสักระยะหนึ่ง เราเลือกไปโคราช นครสวรรค์ และกรุงเทพฯ ก่อนที่เราจะไปโคราช ขณะนั้นเรากำลังออกเดินทางจากโรงเรียน เราได้พบกับคุณพ่อเบรย์ บาทหลวงผู้ประจำอยู่ที่โคราช ซึ่งกำลังจะนั่งรถไฟกลับโคราช คุณพ่อบอกว่ายินดีต้อนรับหากพวกเราไปโคราช สิ่งที่คาดไว้เป็นจริง คุณพ่อไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อเห็นเราอยู่ที่สถานีรถไฟโคราชในตอนบ่ายวันนั้น สมัยนั้นถนนมิตรภาพเพิ่งสร้างเสร็จถึงสีคิ้ว และยังไม่เปิดใช้ พวกเรามาถึงสระบุรีและจะใช้เส้นทางใหม่นี้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ให้ผ่าน เมื่อเราจะไปใช้เส้นทางเดิม มีตำรวจ คนหนึ่งจำบราเดอร์มงฟอร์ตได้และเข้ามาทักทาย ไม่กี่นาทีต่อมาเราก็ได้รับอนุญาตให้ใช้ทางหลวงเส้นนี้ เมื่อมาถึงเมืองโคราชก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เราเข้าพักที่อาคารริมถนนที่ชื่อว่าโรงแรมพระเยซู คุณพ่อเบรย์ดูแลเราเป็นอย่างดี วันหนึ่งคุณพ่อพาเราไปที่ร้างข้างลำตะคอง และบอกถึงความฝันของคุณพ่อที่อยากจะมีโรงพยาบาล สักแห่งหนึ่ง และก่อตั้งโรงเรียนที่ดำเนินการโดยภราดาคณะเซนต์คาเบรียล ผมนึกสงสารคุณพ่ออยู่ในใจ ผมไม่คาดว่าอีกสิบปีต่อมา ผมจะได้รับมอบหมายให้มาบุกเบิกโรงเรียนอัสสัมชัญแห่งใหม่ที่โคราช
               วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2510 ผมได้มาโคราช คุณพ่อเบรย์ ยังประจำอยู่ที่โคราชมาต้อนรับผม เนื่องจากที่นั่นยังไม่มีโรงเรียนและที่พัก คุณพ่อให้การต้อนรับผมเป็นอย่างดี พระสังฆราชอาแลงวังกาแวร์และบาทหลวงทุกคน ให้การต้อนรับผมอย่างอบอุ่นเช่นกัน บาทหลวงเหล่านั้นล้วนเป็นมิชชันนารีชาวฝรั่งเศส คณะมิซซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส (MEP) ผมได้รับมอบหมายให้แจกศีลมหาสนิทที่โบสถ์เมื่อพระสงฆ์ไม่ว่าง ซึ่งถือเป็นเกียรติสำหรับผมอย่างยิ่ง
               การติดต่อกับหน่วยงานราชการนั้น แตกต่างกับ 4 ปีก่อนที่ผมได้เป็นผู้บุกเบิกโรงเรียนอัสสัมชัญระยอง ที่นั่น ดูเหมือนพระเจ้าทรงเกื้อหนุน เพราะผู้ว่าราชการจังหวัดจัดการเรื่องเอกสารเองทั้งหมด ในเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน และการอนุญาตให้เปิดโรงเรียน ข้าราชการส่วนใหญ่มีความกระตือรือร้นที่จะส่งลูกหลานมาเรียนกับเรา เมื่อผมไปถึงระยองในกลางเดือนเมษายน อาคารเรียนสร้างเกือบเสร็จแล้ว ผมใช้บ้านพักบราเดอร์ต้อนรับผู้ปกครอง ส่วนที่โคราชผมไม่รู้ว่าจะติดต่อกับหน่วยงานราชการอย่างไร อย่างน้อยในขั้นเริ่มต้น เมื่อผมไปดูสถานที่ก่อสร้างโรงเรียน
               หลังจากมาถึงโคราชไม่นานนัก ผมแทบไม่เชื่อสายตาเลยว่าอาคารเรียนชั้นแรกก็ยังไม่เสร็จ บ้านพักบราเดอร์ก็อยู่แต่ในกระดาษเท่านั้น คาดว่าจะได้เปิดโรงเรียนในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2510 แต่ยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไขอีกมากมาย เช่น สัญญาการก่อสร้าง ซึ่งผมจะต้องดูแลทั้งหมด ทั้งค่าแรงงาน อีกทั้งต้องซื้อปูนซีเมนต์ เหล็กเส้น เป็นต้น ผมไม่มีเงิน ต้องพึ่งบราเดอร์เกรกกอรี เหรัญญิกคณะฯ ท่านใจดีมากและให้ความช่วยเหลือผมในการก่อสร้างโรงเรียนแห่งนี้ ยังมีชายชราชาวจีนอีกคนหนึ่งที่คอยช่วยเหลือ นั่นคือ นายอรุณ โชคดีที่ผมรู้จักเฒ่าแก่คนนี้ เพราะผมมีโอกาสว่าจ้างเขาก่อนหน้านี้
    free templates
               อย่างไรก็ตามการจะเปิดโรงเรียนก็ต้องมีนักเรียน ครู คนงาน อีกทั้งเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ ด้วย ขณะนั้นโรงเรียนมีเฉพาะชื่อเท่านั้น วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2510 ผมเริ่มรับนักเรียน คุณพ่อเบรย์ ให้ยืมห้องที่โรงเรียนมารีย์วิทยาในการประชาสัมพันธ์โรงเรียน วันสุดท้ายมีนักเรียน จำนวน 78 คน มาสมัครเรียน ผมใช้เวลาประมาณ 1 เดือน เปิดรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จนเต็มทุกห้อง เนื่องจากโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา ยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการ ผมไม่สามารถออกใบเสร็จรับเงินสำหรับค่าเล่าเรียนให้กับผู้ปกครอง เป็นเวลานานกว่า 3 เดือน ผู้ปกครองจำนวนมากเป็นพนักงานของรัฐ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ บางคนที่ยังไม่มั่นใจพากันมาขอรับเงินคืน บางคนได้จ่ายเงินและถามติดตลกว่า ลูกของพวกเขาลงทะเบียนสำหรับเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2510 หรือ พฤษภาคม พ.ศ. 2511 กันแน่
               ในขณะเดียวกันผมต้องหาเจ้าหน้าที่ธุรการและครู ผมยังนึกไม่ออกเลยว่าจะทำอย่างไรดี ในวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2510 ขณะที่ผมกำลังพบผู้ปกครองอยู่ นายเอ็ดวิน (มาสเตอร์สุขมิตร) มาจากศรีราชาโดยไม่คาดหมาย เมื่อ 10 ปีก่อน เราเคยร่วมกันดูแลนักเรียนประจำที่ตึกนฤมล นายเอ็ดวิน ต้องการลงหลักปักฐานในจังหวัดนครราชสีมา เขาอยากจะมีที่ดินสักผืนหนึ่งอยู่ใกล้กับโรงเรียน เพื่อจะสร้างหอพักนักเรียนและเป็นครูสอนที่อัสสัมชัญ เขาเป็นครูที่ดี มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี นอกจากนี้เขายังมีวุฒิการศึกษาที่สามารถบรรจุเป็นครูใหญ่ได้ การมาของเขาเหมือน พระเจ้าประทานพร เขาตกลงจะมาอยู่ที่นี่ การมาเริ่มทำงานของเขานับเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะมีผู้สมัครมามากขึ้น และยังมีศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ตามมาอีกด้วย เช่น นายประพันธ์ นายดรุณ นายโสภณ และครูจาก ภาคอีสานที่ได้เห็นป้ายประชาสัมพันธ์หน้าโรงเรียนก็ทยอยมาสมัครเช่นกัน ต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2510 สิ่งที่สบายเริ่มหมดลง วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2510 นายเอ็ดวินเริ่มช่วยทำงาน ผมจึงรู้สึกโล่งขึ้น และมุ่งความสนใจไปที่ปัญหาเร่งด่วนอื่น ๆ ลำดับแรก คือ การขออนุญาตเปิดโรงเรียน ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้พยายามผูกมิตรอย่างดีที่สุดกับศึกษาธิการอำเภอ เขาค่อนข้างจะเป็นมิตรและเข้าใจเรา แต่ไม่สามารถช่วยเราได้เลย เพราะโรงเรียนไม่มีอาคาร มีแต่กองไม้และนั่งร้าน ที่จริงแล้ววันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2510 โรงเรียนควรจะเปิดทำการแล้ว ผมพบว่าพิมพ์เขียวของอาคารยังไม่ได้ส่งมาเพื่อขออนุมัติ ผมดำเนินการทุกอย่างตามแผนของผม ภายใต้การอุปถัมภ์ของนักบุญโยเซฟ แม้ว่าจะโชคไม่ดีและการดำเนินการของผมจะไม่สะดวกนัก วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2510 เมื่อผม ได้จัดทำตารางสอน และปฏิทินปฏิบัติงานแล้วเสร็จ ผมได้รับแจ้งว่าครูสองคนจะไม่มาสอน ต่อมาอีกวันหนึ่ง ครูอีกหนึ่งคนไม่สามารถมาสอนได้ ดังนั้นผมจึงไปหาคนใหม่ที่มีความสามารถและคุณสมบัติมาช่วย และแล้ววันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2510 บราเดอร์หนูกาญจน์ หรือ บราเดอร์สิรินันท์ ก็มาถึงโคราช เขาเป็นลูกอีสานแท้จากหมู่บ้านหนองคู (จ.อำนาจเจริญ) เขากระตือรือร้นที่จะช่วยงานอย่างเต็มที่ จากนั้นเรามีการประชุมครูครั้งแรกของโรงเรียน ซึ่งใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง ผมจำได้ว่า ผมขอให้ครูผู้หญิงใส่เครื่องแบบ แต่พวกเขาปฏิเสธ
               วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2510 เป็นวันที่ทุกคนแต่งกายเครื่องแบบโรงเรียนอัสสัมชัญ การเปิดตัวของโรงเรียนอัสสัมชัญแห่งใหม่นี้ มีผู้ปกครองจำนวนมากมาพร้อมกับเด็กๆ นักเรียนภูมิใจที่ได้สวมเครื่องแบบของโรงเรียน ผมถือโอกาสนี้กล่าวขอบคุณผู้มีอุปการคุณ ที่ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือโรงเรียนมาโดยตลอด จากนั้นนักเรียนแยกย้ายไปห้องเรียนและพบครูประจำชั้น วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2510 ได้ขนย้ายวัสดุก่อสร้างออกไปหมด และ ในที่สุดก็มีอาคารเรียนตามที่ตั้งใจไว้ ขณะนั้นโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา เป็นสถาบันการศึกษาที่ไม่ถูกต้อง ตามกฎหมาย หลังจากที่เราได้เริ่มต้นการเรียนการสอนแล้ว บางครั้งศึกษาธิการจังหวัดมาตรวจเยี่ยมโรงเรียน และเตือนครูใหญ่ว่าจะไม่อนุญาตให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ 7 สอบเลื่อนชั้น นักเรียนต้องมีเวลาเรียนครบ 180 วัน แต่เจ้าหน้าที่คนเดียวกันนี้มาพบผมในวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2510 แจ้งให้ผมทราบว่า เขาได้ลงนามในเอกสารและส่งไปยังกรุงเทพฯ แล้ว และคาดว่าจะได้รับคำตอบที่น่ายินดี ผมไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ที่ศึกษาธิการจังหวัดกล่าวเช่นนี้ เพราะในวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2510 บราเดอร์ฟิลลิป อำนวย ปิ่นรัตน์ อธิการเจ้าคณะฯ เดินทางมาพร้อมกับเอกสารสำคัญที่เรารอคอยมานาน โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการสอน อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2510 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และ 7 จะสามารถสอบเลื่อนชั้น และผู้ปกครองสามารถรับใบเสร็จรับเงินได้
    free templates
               ส่วนบราเดอร์สิรินันท์ และผมได้พักอยู่ที่บ้านพักคุณพ่อเจ้าอาวาสที่โรงเรียนมารีย์วิทยา จากนั้นชีวิตหมู่คณะนักบวชของเราเริ่มขึ้นทีละน้อยๆ เราอยากจะมีแม่ครัวและแม่บ้านสักคนหนึ่ง ทุกเช้าเราไปโรงเรียนด้วยกันโดย "เจ้าฮอนด้าน้อย" ในช่วงเย็นหลังจากที่เรากลับมาที่บ้านพักชั่วคราว จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2510 เราได้เข้าพักในบ้านหลังใหม่ บราเดอร์สิรินันท์ ไปธุระที่เมืองหลวงและจะนำแม่ครัวมาด้วย แม่ครัวคนนี้เคยเป็นซิสเตอร์คณะ อูร์สุลิน และเป็นแม่ครัวที่โรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชย์ ในขณะที่ผมเป็นอธิการที่นั่น แต่แล้วบราเดอร์ สิรินันท์ ก็กลับมามือเปล่า ผู้หญิงคนนั้นป่วยจึงมาไม่ได้ ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับบ้านพักหลังใหม่อีกหนึ่งเรื่อง คือ ขโมยได้ทุบหน้าต่างห้องครัวเข้ามาขโมยของ เราแก้ปัญหาโดยการติดลูกกรงเหล็กดัด ขโมยกลับมาอีกในคืนวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2511 และพกปืนมาด้วย คืนนั้นเราปิดกุญแจลั่นกลอนบ้านเป็นอย่างดี เมื่อผมรู้สึกตัวตื่นขึ้น ผมตะโกนให้ แม่ครัวเข้าไปหลบในห้องน้ำเพื่อความปลอดภัย และผมเป่านกหวีดสุดแรง เพื่อจะขู่ให้หัวขโมยกลัว มันได้ผลจริงๆ หัวขโมยคงคิดว่าตำรวจไล่ตามมันไปติดๆ พวกหัวขโมยวิ่งหนีและหายไปในความมืด ตำรวจแนะนำให้ผมพกพาอาวุธปืน ตั้งแต่นั้นมาผมเตรียมปืนไว้ที่โต๊ะหัวเตียงเสมอ และแล้วคืนหนึ่งขณะที่ผมกำลังจะเข้านอน มีคนขว้างก้อนหินเข้ามาในบ้าน ผมรีบคว้าปืนและหยิบไฟฉายขึ้นมาและยิงปืนขึ้นฟ้า ผมเห็นเงาคนวิ่งกระจายไปคนละทิศ คนละทางอย่างรวดเร็ว หายไปในความมืด พวกหัวขโมยไม่กล้ามาก่อกวนเราอีกเลย วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2511 ผมไปร่วมพิธีฝังศพของบราเดอร์ฮีแลร์ ที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ผมนั่งรถไฟจากกรุงเทพฯ และกลับมาถึงโรงเรียนในวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2511 ผมอยากจะอาบน้ำแต่ไม่มีน้ำให้อาบ เพราะพวกหัวขโมยยกมอเตอร์เครื่องสูบน้ำของเราไป ทั้งๆ ที่ยามกำลังนอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ห่างออกไปไม่กี่เมตร ผมสงสัยอยู่ในใจว่าเขาสมรู้ร่วมคิดกันหรือไม่ ต่อมาในเช้าวันหนึ่งพวกเราไม่มีไฟฟ้าใช้ เพราะสายไฟฟ้าถูกรื้อออกจากหม้อแปลง ที่เดินสายไปยังบ้านพักของเรา ครึ่งหนึ่งเป็นสายทองแดงอีกครึ่งหนึ่งเป็นสายตะกั่ว ใครเล่าจะรู้ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ หรือว่าผู้ติดตั้งระบบไฟฟ้าเป็นผู้กระทำเสียเอง ในทั้งสองกรณีนี้เราได้แจ้งความไว้กับตำรวจ แต่ตำรวจไม่สามารถจัดการอะไรได้เลย และยังมีเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเกิดขึ้น หลังจากเปิดเรียนได้ไม่กี่เดือนครูที่ดีที่สุดของเราคนหนึ่ง คือ นายนิพนธ์ เริ่มบ่นว่า ปวดหลังอย่างรุนแรง เขาพยายามทานแอสไพริน เพื่อบรรเทาอาการปวดหลัง ไม่นานก็รู้ว่าอาการป่วยไม่ธรรมดา เขาต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล และเข้ารับการผ่าตัดโรคมะเร็งที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพฯ ครั้งสุดท้ายที่ผมไปเยี่ยม ดูเขาเหนื่อยอ่อนมาก และหลังจากนั้นอีกไม่กี่สัปดาห์เขาก็เสียชีวิตลง วันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2511 ปกติผมจะคุยอยู่กับนักเรียนหลังเลิกเรียน ส่วนใหญ่พวกเขาจะกลับบ้านประมาณ 16.15 น. อีกสิบนาทีก่อนจะปิดสำนักงาน ครูคนหนึ่งรีบมาบอกว่า มีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 ถูกรถชน เหตุเกิดห่างจากโรงเรียนไปประมาณครึ่งกิโลเมตร ผมรีบไปที่สถานที่เกิดเหตุ พบว่าเด็กชายศิริชัย ถูกรถบรรทุกชนขณะขี่จักรยานกลับบ้าน กะโหลกศีรษะกระแทกพื้นและเสียชีวิต หลังจากนั้นไม่นานนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถบัส นับเป็นเหตุการณ์ที่ น่าเศร้าเป็นอย่างยิ่ง
    free templates
               เมื่อต้องเปิดโรงเรียนใหม่ การสร้างอาคารเรียน การลงทะเบียนเรียน นักเรียน ครูและอื่นๆ ดูเหมือนเป็นเรื่องไม่ยากนัก แต่ในการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัฒนธรรมองค์กร ดูเป็นเรื่องที่ยากและท้าทายมาก ผมพบกับปัญหาหนักๆ อยู่ 2 อย่าง คือ ปัญหาครูขาดสอน และนักเรียนขาดวินัย ส่วนใหญ่นักเรียนมาเรียนตอนเช้า แล้วไม่เข้าห้องเรียน หรือบางครั้งก็หายไป 2 หรือ 3 วัน โดยไม่แจ้งให้ทราบ ผมได้แต่ทำตามระเบียบอย่างเข้มงวด และมีการตักเตือนอย่างรุนแรง และรอจนถึงสิ้นปีการศึกษา เพื่อให้พวกเขาลาออก ในการสร้างระเบียบวินัยแก่นักเรียน เมื่อให้การบ้านเราต้องกำชับกับเขาว่า เขาต้องทำให้เสร็จ และเราต้องตรวจการบ้าน ขณะเดียวกันต้องสอนมารยาทเขาด้วย บราเดอร์สิรินันท์ และ นายเอ็ดวิน ช่วยผมได้มากในเรื่องนี้ และโดยเฉพาะจากบรรดาครูที่เป็นศิษย์เก่าจากโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ลำพังผมคนเดียวคงไม่สามารถทำเรื่องดังกล่าวได้สำเร็จเป็นแน่ จากนั้นไม่กี่เดือนทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง และในปีการศึกษาแรกโรงเรียนสามารถผ่านไปได้ด้วยดี ปีการศึกษาต่อมาเริ่มมีครูหน้าใหม่และนักเรียนใหม่ เพิ่มมากขึ้น วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2511 บราเดอร์เลอชัย ที่เพิ่งจบการศึกษาจากประเทศอินเดีย ได้ย้ายมาอยู่กับเรา เป็นที่น่าประหลาดใจมาก แค่ภายใน 1 ปี บราเดอร์เลอชัย สามารถสอบวิชาครูพิเศษระดับมัธยม (พ.ม.) อีกทั้งยังได้คะแนนสูงสุดด้วย บราเดอร์เลอชัย บราเดอร์สิรินันท์ และผม ร่วมกันทำงานเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ บราเดอร์ทั้งสองเคยเป็นลูกศิษย์ของผมมาตั้งแต่อยู่ที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา แม้ว่ายังอยู่ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนของภาคเรียนที่ 2 ก็ตาม ผมได้วางแผนการทำงานสำหรับปีการศึกษาหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว แต่แล้วผมได้รับจดหมายจาก บราเดอร์โรเบิร์ต ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนอธิการเจ้าคณะฯ ว่าผมได้รับเลือกเพื่อไปศึกษาต่อทางบริหารธุรกิจกับ บราเดอร์สมพงษ์ ชีรานนท์ และจะกลับมาทำงานในมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ ที่จะเปิดในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2512 น่าจะเป็นจริงที่ว่า ชีวิตคนเราเริ่มเมื่ออายุ 40 ผมเองก็อายุเกือบ 40 ปีแล้ว ผมต้องเปลี่ยนแนวการทำงานโดยสิ้นเชิง ในการบุกเบิกงานใหม่อีกครั้งหนึ่ง นับว่าเป็นงานที่ท้าทายยิ่ง มันทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่ใช้น้อย และนี่เป็นความใฝ่ฝันของผมที่มีมาแต่ต้น ผมพร้อมจะติดปีกและบินไปให้สมความตั้งใจ ส่วนเรื่องของโรงเรียนนั้น คงจะมีคนสืบทอดเจตนารมณ์ ดูแลต่อไป และผมมั่นใจว่าคนอื่นก็สามารถบริหารโรงเรียนต่อจากผมได้ ปลายเดือนมีนาคม พ.ศ. 2512 ผมได้อำลาจากโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา และได้เริ่มทำหน้าที่ใหม่ที่ได้รับมอบหมายของผมต่อไป



    เว็บไซจ์โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา
    http://www.acn.ac.th/
    รับสมัครนักเรียนใหม่ ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคมา 2555 - 17 กุมภาพันธ์ 2555
    วันรับสมัคร วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00 น - 17.00 น
                       วันเสาร์ - อทิตย์ 8.00 น 13.00 น
    รับสมัครทางอินเตอร์เน็ต http://www.acn.ac.th/form/application/index.php#
    สอบวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555
    4 วิชา ได้แก่
    วิทยาศาสตร์
    ภาษาไทย
    ภาษาอังกฤษ
    คณิตศาสตร์
    ประกาศเรื่องเรียน
    ใบปลิว http://www.acn.ac.th/brochure.pdf

    วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2555

    สอบกลางภาคโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา ภาคเรียนที่ 2

    สอบกลางภาคโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา ภาคเรียนที่ิ 2
    มีกำหนดสอบดังนี้
    ม.1 - ม.3 17,19 มกราคม 54
    ม.4  18,20 มกราคม 54
    ม.5  18,20 มกราคม 54

    วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554

    Homework Online จัดทำทาให้นักเรียนอัสสัมชัญนคราชสีมาโดยเฉพาะกลัวนักเรียนลืมการบ้าน
    มีเมนูดังนี้

    คลิกเมนูต่อไปนี้ได้เลยครับจะระบบจะพาไปสู่ระดับชั้นของเพื่อนๆพี่ทุกคนครับ

    kindergarten       อนุบาล
    Primary   ประถม
    Secondary  มัธยม
    หนังสือเวียนทั้งหมดอยู่เว็นนี้แล้วของโรงเรียนอัสสัมชัญนคราชสีมาของเรานะครับ
    http://www.acn.ac.th/2011/notice/
    เนื่องในเทศกาลคริสต์มาสที่จะมาถึง งานอภิบาลโรงเรียน ได้จัด วจนพิธีกรรมพิธีเสกถ้ำพระกุมาร และ พิธีมิสซาเพื่อเป็นการต้อนรับเสด็จพระคริสตเจ้า
    และจัดงานเฉลิมฉลองเทศการคริสต์มาสโดยมี คุณพ่อสมเดช พันธ์สมบัติ เป็นประธานประกอบวจนพิธีกรรมเสกถ้ำพระกุมาร
    เมื่อวันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2554 โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา
    พิธีเสกถ้ำพระกุมารและพิธีมิสซา ( อัลบั้ม 2048 วันที่ 29 พ.ย. 2554)

    <>


    <>